ไหว้ผู้มีพระคุณเมื่อกลับจากโรงเรียน
กลับจากเลิกโรงเรียน ไปถึงเฮือนไหว้พ่อแม่
ตายายผู้ดูแล ปู่ย่าและพี่ป้าลุง
ผู้ที่คอยเลี้ยงดู มีคุณูเป็นอย่างสูง
รับใช้และบำรุง ด้วยหวังมุ่งตอบแทนคุณ
ทำนอง สรภัญญะ
คำร้อง หนูพันธ์ จันทะปะทัด
เฮือน หมายถึง เรือน
คุณู หมายถึง คุณความดี
บูชาพระคุณแม่
แม่มีคุณใหญ่หลวง ลูกทั้งปวงขอบูชา
แม่มีความเมตตา
เลี้ยงลูกมาแต่ในครรภ์
เหน็ดเหนื่อยก็ยอมทน เพื่อลูกตนมีสุขสันต์
รักลูกสุดชีวัน
สุดจะสรรจำนรรจา
ลูกลูกขอวันทา คุณมารดาด้วยเศียรเกล้า
กราบไหว้แม่ของเรา ผู้คอยเฝ้าคอยเลี้ยงดู
วันนี้วันสำคัญ ถือเป็นวันคุณแม่หนู
จะรักจะเชิดชู คุณแม่หนูสุดหัวใจ
สิบสองสิงหาคม ขอกราบก้มไหว้แม่ขวัญ
พสกทั้งหมู่มวล
ทุกคนล้วนต่างยินดี
แม่รักและเมตตา ปวงประชาไม่เลือกที่
บำเพ็ญกรณี สมคำนี้แม่แผ่นดิน
ๆ
หนูพันธ์ จันทะปะทัด แต่ง
ทำนอง สรภัญญะ
พระรัตนตรัย
ไตรรัตน์แก้วสามดวง หนูทั้งปวงจดจำไว้
พระพุทธอีกพระธรรม
ใจน้อมนำต่อพระสงฆ์
พระพุทธแทนสัมมา
กราบบูชาจิตจำนง
พระธรรมคำสอนองค์
และพระสงฆ์ผู้สืบตาม
ทำนอง สระภัญญะ
คำอธิบาย พระรัตนตรัยหมายถึงแก้วอันประเสริฐ ๓ ดวงคือ
๑. พระพุทธ หมายถึง พระพุทธเจ้า
๒. พระธรรม หมายถึง คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
๓. พระสงฆ์ หมายถึง ผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา และเป็นผู้
เผยแผ่คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแก่ชาวพุทธ
มงคล ๓ ประการ
ทำตัวเป็นคนดี กล่าววจีไม่มุสา
ว่าง่ายมีจรรยา
เพียรศึกษาหาการงาน
รับใช้พ่อและแม่ หมั่นดูแลบำรุงท่าน
ช่วยเหลือกิจการงาน เลี้ยงดูท่านเมื่อชรา
ทำนอง สรภัญญะ
คำอธิบาย มงคล หมายถึง สิ่งที่ดีงาม
ทำให้ผู้ประพฤติ
ปฏิบัติมีความสุขความเจริญมี ๓๘ ประการ ในชั้นนี้จะกล่าวเพียง
๓ ประการคือ
๑. ทำตัวดี หมายถึง การประพฤติปฏิบัติตนในสิ่งที่ดี
เช่น
ตั้งใจเรียน เชื่อฟังพ่อแม่ครูอาจารย์ ขยันหมั่นเพียร
ไม่เกเรไม่ดื้อรั้น เป็นต้น
๒. ว่าง่าย หมายถึง เมื่อมีคนมาแนะนำตักเตือน ในสิ่งที่เราประพฤติไม่ดีก็ให้เรารับฟัง
และนำมาแก้ไขปรับปรุงตนเอง
๓. รับใช้พ่อแม่ หมายถึง การดูแลปรนนิบัติรับใช้พ่อแม่ในเรื่องต่างๆ
เช่น หาน้ำมาให้ท่านดื่ม เมื่อท่านกลับจากการทำงาน
ช่วยบีบนวดเมื่อยามท่านปวดเมื่อย ช่วยทำงานบ้าน ดูแลท่านเมื่อท่านเจ็บป่วย
เป็นต้น
วันสำคัญทางพุทธศาสนา
เรามี วันสำคัญ ที่ยึดมั่นกันมานาน
สมัยพุทธกาล คนโบราณนับถือมา
มาฆะ วิสาขะ อาสาฬหะจำไว้หนา
อัฏฐมีบูชา
จำไว้หนาวันสำคัญ
ทำนอง สรภัญญะ
คำอธิบาย วันสำคัญทางพุทธศาสนา ในชั้นนี้มี
๔ วันคือ
๑. วันมาฆบูชา ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๓ เป็นวัน
จาตุรงคสันนิบาต คือ วันที่มีเหตุการณ์สำคัญ ๔ ประการ
เกิดขึ้นคือ
๑. ๑ พระอรหันต์ ๑๒๕๐ รูป มาประชุมกัน
๑.๒ พระอรหันต์เหล่านั้น เป็นผู้ที่พระพุทธเจ้าบวชให้ทั้งสิ้น
๑.๓ พระอรหันต์เหล่านั้น มาประชุมพร้อมกัน โดยมิได้นัดหมาย
๑.๔ วันนั้นเป็นวันเพ็ญเดือนมาฆะ และพระพุทธเจ้าแสดงโอวาทปาฏิโมกข์
๒. วันวิสาขบูชา ตรงกับ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖
เป็นวันที่พระพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน เหตุการณ์สำคัญทั้ง ๓ ประการนี้
เกิดขึ้นตรงกันในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖เพียงแต่เป็นคนละปีเท่านั้น
๓. วันอาสาฬหบูชา ตรงกับ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘
เป็นวันที่มีพระสงฆ์รูปแรกเกิดขึ้นในโลก เป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดง
ปฐมเทศนาชื่อ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕
๔. วันอัฏฐมีบูชา ตรงกับ วันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ เป็นวันที่
ประกอบพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพของพระพุทธเจ้า หลังจากที่พระองค์ดับขันธ์ปรินิพพาน
ลาครูกลับบ้าน
คุณครูหนูขอลา กลับเคหาก่อนละเด้อ
พรุ่งนี้ค่อยมาเจอ
ลาก่อนเด้อคุณครูเอย
หนูจะบ่ขี่คร้าน ทำการบ้านดอกครูเอ่ย
อ่านเขียนไม่เฉยเมย ไม่ละเลยหน้าที่เรียน
กาพย์ยานี ๑๑ ทำนอง สรภัญญะ
คำร้อง หนูพันธ์ จันทะปะทัด
สวดมนต์ก่อนนอน
ก่อนนอนจะสวดมนต์ หนูทุกคนยังจำได้
ครูสอนจำขึ้นใจ ให้กราบไหว้พ่อแม่ตน
ต่อมาแผ่เมตตา ปวงประชาทุกแห่งหน
สัตว์สาทั่วสกล
มีสุขล้นพ้นทุกข์ภัย
กาพย์ยานี ๑๑ ทำนอง สรภัญญะ
คำร้อง หนูพันธ์ จันทะปะทัด
วันมาฆบูชา
วันมา ฆบูชา จำไว้หนาเพ็ญเดือนสาม
มีเรื่องน่าติดตาม ทุกเขตคามทำบุญทาน
เกิดเหตุอัศจรรย์ ในวันนั้นสี่ประการ
เป็นฤกษ์มาฆวาร 1 พระจันทร์ผ่านขึ้นเต็มดวง
2พระที่มาประชุม ร่วมชุมนุมในวันนั้น
ล้วนเป็นอรหันต์ พระองค์ท่านบวชให้มา
มาโดยไม่นัดหมาย
มีมากมายเกิดศรัทธา
3หนึ่งพันสองร้อยห้า - สิบรูปหนาให้จดจำ
หัวใจศาสนา ทรงนำมาแสดงธรรม
นักเรียนให้จดจำ 4โอวาทธรรมปาฏิโมกข์
ทำนอง สรภัญญะ
คำอธิบาย วันมาฆบูชา ตรงกับวันขึ้น
๑๕ ค่ำเดือน ๓
มีเหตุการณ์สำคัญ ๔ ประการ(จาตุรงคสันนิบาต)คือ
๑. ฤกษ์มาฆวาร หมายถึงพระจันทร์โคจรมาเสวยมาฆฤกษ์
๒. พระที่มาประชุมทั้งหมด ล้วนเป็นพระอรหันต์
เอหิภิกข อุป-สัมปทา(พระพุทธเจ้าบวชให้)
๓. พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์ มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
๔. พระพุทธเจ้าทรงแสดง โอวาทปาฏิโมกข์ หัวใจศาสนา
วันวิสาขบูชา
วันขึ้นสิบห้าค่ำ เป็นประจำในเดือนหก
ชาวพุทธรู้เต็มอก เพ็ญเดือนหกวิสาขะ
ประสูติ ตรัสรู้
สัพพัญญูของเรานะ
นิพพานองค์พุทธะ จำไว้นะวันเดียวกัน
ทำนอง สรภัญญะ
คำอธิบาย วันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น
๑๕ ค่ำ เดือน ๖
เป็นวันที่พระพุทธเจ้า ประสูติ(เกิด) ตรัสรู้(รู้ธรรม)
ปรินิพพาน(ตาย) ในวันเดียวกัน แต่ต่างปีกัน
สัพพัญญู หมายถึง พระพุทธเจ้า
องค์พุทธะ หมายถึง พระพุทธเจ้า
วันอาสาฬหบูชา
อาสาฬ -หบูชา จำไว้หนาเพ็ญเดือนแปด
เลื่องลือกันให้แซด
เพ็ญเดือนแปดวันสำคัญ
แสดงธรรมครั้งแรก เป็นของแปลกอัศจรรย์
เกิดมีโสดาบัน คือพวกปัญ-จวัคคี
อัญญาโกณฑัญญะ ขอบวชพระทรงยินดี
ไตรรัตน์ครบพอดี พระสงฆ์มีเพิ่มขึ้นมา
ทำนอง สรภัญญะ
คำอธิบาย วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น
๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมครั้งแรก(ปฐมเทศนา)
แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
โสดาบัน หมายถึง บรรลุธรรมชั้นโสดาบัน
ปัญจวัคคีย์ หมายถึง ผู้ออกบวชติดตามพระพุทธเจ้า ๕
คน
คือ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ อัสสชิ
อัญญาโกณฑัญญะ หมายถึง พระสงฆ์องค์แรก
ไตรรัตน์ หมายถึง แก้วสามดวงคือ พระพุทธ พระธรรม
และ พระสงฆ์
วันธรรมสวนะ
แปดค่ำสิบห้าค่ำ
วันฟังธรรมให้จำไว้
ชาวพุทธควรใส่ใจ ชวนกันไปวัดฟังธรรม
ตอนเช้าไปใส่บาตร อย่าให้ขาดทำประจำ
จิตใจให้น้อมนำ ฟังพระธรรมพระสัมมา
ทำนอง สรภัญญะ
คำอธิบาย วันธรรมสวนะ คือวันฟังธรรมตรงกับวันขึ้น
๘ ค่ำ ขึ้น ๑๕ ค่ำ แรม ๘ ค่ำ แรม ๑๕ ค่ำหรือแรม ๑๔
ค่ำ
สำหรับเดือนขาด(เดือนขาดคือเดือนคี่เช่นเดือน ๑ ๓
๕ เป็นต้น)
พระธรรม หมายถึง คำสั่งสอน
พระสัมมา หมายถึง พระพุทธเจ้า
วันเข้าพรรษา
ถึงวันแรมหนึ่งค่ำ
เป็นประจำในเดือนแปด
เขาลือกันให้แซด ว่าเดือนแปดเข้าพรรษา
พระสงฆ์ต้องอยู่จำ ศึกษาธรรมสามเดือนหนา
ส่วนว่าพุทธมา ให้ตั้งหน้ามาทำบุญ
ทำนอง สรภัญญะ
คำอธิบาย วันเข้าพรรษา ตรงกับวันแรม
๑ ค่ำเดือน ๘
พระสงฆ์ต้องอยู่จำ หมายถึงพระสงฆ์ต้องอยู่จำพรรษาในวัดใดวัดหนึ่งให้ครบไตรมาส(สามเดือน)คือตั้งแต่แรม
๑ ค่ำ เดือน ๘
ถึงขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ จะไปค้างคืนที่อื่นไม่ได้
พุทธมา คือชาวพุทธ ผู้นับถือพุทธศาสนา
ว้นออกพรรษา
วันขึ้นสิบห้าค่ำ เป็นประจำเดือนสิบเอ็ด
อยู่ครบสามเดือนเสร็จ เดือนสิบเอ็ดออกพรรษา
พระสงฆ์จะเที่ยวไป
ค้างที่ไหนก็ไม่ว่า
กล่าวฝ่ายชาวประชา ให้ตั้งหน้ามาทำบุญ
ทำนอง สรภัญญะ
คำอธิบาย วันอออพรรษา ตรงกับวันขึ้น
๑๕ ค่ำเดือน ๑๑
อยู่ครบสามเดือนเสร็จ หมายถึงพระสงฆ์อยูจำพรรษาในวัด
ใดวัดหนึ่งครบ ๓ เดือน(ไตรมาส)
วันอัฏฐมีบูชา
อัฏฐ-มีบูชา
จำไว้หนาแรมแปดค่ำ
เดือนหกที่เคยทำ บูชาธรรมพระสัมมา
ถวายพระเพลิงองค์ พระผู้ทรงคุณหนักหนา
บรมศาสดา พุทธมาให้ทำบุญ
ทำนอง สรภัญญะ
คำอธิบาย วันอัฏฐมีบูชา ตรงกับวันแรม
๘ ค่ำเดือน ๖
เป็นวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ(เผาศพ)
ของพระพุทธเจ้า หลังจากปรินิพพาน(ตาย)
แล้ว ๘ วัน(ทำบุญวันเผาศพ)
เชิญเถิดท่านทั้งหลาย ทั้งหญิงชายทั่วพารา
ขอเชิญใช้ปัญญา มาศึกษาให้รู้จริง
ชีวิตของมีค่า อยู่รอดมาเพราะบุญอิง
พวกเราได้พึ่งพิง ธรรมยอดยิ่งพระสัมมา
ภิวัฒน์ยุคโลกา คนเมินหน้าไม่มองธรรม
ยาบ้าเป็นตัวนำ คนห่างธรรมมาเสพยา
เป็นภัยของสังคม
จะล่มจมทั่วพารา
พวกเราร่วมกันมา ปราบยาบ้าให้สิ้นไป
ยาบ้ามีพิษร้าย คนเสพตายคนขายตาย
คนที่อยู่รอบกาย
ก็วุ่นวายมีมีทุกข์ใจ
ทรัพย์สินที่ได้มา
เพราะยาบ้าถูกริบไป
ชื่อเสียงก็บรรลัย หายวับไปในพริบตา
(ลำ)
ยาเสพติดพิษร้าย ทำลายชาติสังคม
หากไผงมมัวเมา เสพไปบรรลัยแท้
อย่าไปแวไปข้อง ลองมันเด้ออ้ายพี่
สารเสพติดหมู่นี่ ผีฮ้ายกะบ่ปาน
เคยเห็นบอหละท่าน ฆ่าพ่อแม่บอหลูโตน
ทั้งทำลายโตตน เพราะฤทธิ์เมาหรือแง่น
จำหน่าแฟนกะบอได้ ตาไซคือหมาป่า
อนาคตข้างหน่า
ดับสิ้นเพราะฤทธิ์ยา
ละน่า
(สรภัญญ์ต่อ)
นายกชื่อทักษิณ ปราบให้สิ้นสองธันวา
ถวายองค์ราชา พระนามว่าภูมิพล
พลังแห่งแผ่นดิน ทั่วทุกถิ่นคงเกิดผล
ร่วมใจกันทุกคน คงหมดพ้นจากเมืองไทย
ทูบีนัมเบอร์วัน กระหม่อมท่านอุบลรัตน์
ทรงมีพระดำรัส และทรงจัดให้ประชา
ร่วมออกกำลังกาย ทรงมุ่งหมายต่อต้านยา
ชีวิตจะมีค่า
เลิกเสพยาออกกำลัง
หากเราเอากันจริง งานทุกสิ่งจะสมหมาย
ถ้าปล่อยให้ลอยไป จะเสียใจในบั้นปลาย
ลูกหลานจะเสียคน หากรู้ตนต่อเมื่อสาย
ทุกท่านอย่าดูดาย มาร่วมใจกันปราบยา
(ร้องต้อนรับผ้าป่า ทอดเทียน ที่วัดใหม่บูรณาราม4
ต.ค. 46)
หนูพันธ์ จันทะปะทัด แต่ง
สรภัญญ์สดุดีอวยพร
พี่น้องชาวขอนแก่น
เมืองเสียงแคนแหละดอกคูน
ร่วมใจมาทำบุญ สมทบทุนสร้างศาลา
หนองทุ่มล้วนยินดี ที่วันนี้พวกท่านมา
ศรัทธาที่แก่กล้า สร้างศาลาบำเพ็ญบุญ
ผู้ที่สร้างศาลา มีผลามากอนันต์
ที่อยู่คือสวรรค์ ตัวอย่างนั้นท้าวสักโก
บุญท่านทำวันนี้ กุศลมีมากอักโข
ผลบุญให้ภิญโญ อิจฉิโตสมจินดา
ขอคุณพระไตรรัตน์ จงขจัดโรคภยา
ชั่วร้ายอย่าได้มา ต้องกายาพี่น้องเรา
อายุให้ยืนนาน วรรณะท่านอย่าหมองเศร้า
สุขะพละเล่า หลั่งไหลเข้าดั่งสายชล
ทรัพย์สินให้เนืองนอง ให้เงินทองหลั่งไหลมา
เจริญและก้าวหน้า ในยศถาและการงาน
มุ่งหวังสิ่งใด ๆ มโนมัยท่านต้องการ
ขอให้สิ่งนั้น ๆ สำเร็จพลันดั่งใจปอง
ขอเชิญดวงวิญญาณ
เจ้าพ่อท่านช่วยคุ้มครอง
ปู่ย่าอีกทั้งสอง ช่วยปกป้องทั่วทุกคน
ไปมาให้ปลอดภัย สิ่งจัญไรอมงคล
เคราะห์เข็ญให้ห่างพ้น ทุก
ๆ คนมีสุขเทอญ
หนูพันธ์ จันทะปะทัด แต่ง
(ร้องบูชาต้อนรับผ้าป่าสามัคคีจากจังหวัดขอนแก่น 4
ต.ค. 46)
เพลงเฉลิมพระชนม์
72 พรรษา (ทำนอง สรภัญญะ)
ขับร้องเปิดงานวันประถมศึกษา อำเภอแก้งคร้อ ปี พ.ศ.
2542
ในปีมหามงคล
เฉลิมพระชนม์
72 พรรษา
ภูมิพลมหาราชา ได้เวียนมาครบพอดี
ดิฉันขอสดุดี ผลงานี่มีมากหลาย
เกษตรทฤษฎีใหม่ ทรงห่วงใยประชากร
แบ่งที่นาเป็นสี่ส่วน
อัตราส่วนเป็น3.3.3ต่อ 1
ส่วนหนึ่งขุดสระน้ำ ติดตามด้วยปลูกต้นข้าวๆ
ส่วนสามปลูกไม้ผล ที่อยู่ของตนเป็นส่วนที่สี่
พี่น้องจะสุขี
เพราะทฤษฎีของในหลวง
ทรงห่วงใยพสกนิกร
ผู้เดือดร้อนอยู่แห่งไหน
พระองค์เสด็จไป ใกล้หรือไกลช่วยบรรเทาๆ
ชาวเขาทหารตำรวจ
ผู้เจ็บปวดจากศัตรู
พระองค์ทรงเอ็นดู ช่วยฟื้นฟูด้านจิตใจ
ฝนแล้งทรงห่วงใย พระตรัสให้ทำฝนหลวง
บรรเทาทุกข์ทั้งปวง
ห่วงชาวนาเกษตรกรๆ
ขอวอนพี่น้องไทย จงใส่ใจพระดำรัส
ตรัสไว้ให้มวลชน จงรู้รักสามัคคีๆ
ในปีมหามงคล ขอพระชนม์ยิ่งยืนนาน
ลูกหลานได้กราบกราน ขอพระองค์ทรงพระเจริญๆ
หนูพันธ์ จันทะปะทัด แต่ง
ราตรี สบายจิตร ขับร้อง
24 พ.ย.2542
สรภัญญ์การศึกษา
สรภัญญ์การศึกษา พวกครูมาในวันนี้
ทุกคนล้วนเปรมปรีดิ์ ที่ได้มาในวันนี้
มีครู 106 คน สุขเหลือล้นมาคราวนี้
ผู้สอนก็ใจดี มีไมตรีต่อทุกคน
ท่านชื่อ ศน. ประสาท ความสามารถมีมากมาย
พูคนเดียวเหนื่อยแทบตาย แต่จิตใจยังมั่นคง
อบรมวีเคราะห์หลักสูตร แล้วมาพูดแผนการสอน
เป็นครูต้องสังวร
แผนการสอนต้องจัดทำ
ปฏิรูปการเรียนรู้ ครูยึดเด็กเป็นสำคัญ
การเรียนจะสุขสันต์
ถ้าร่วมกันจัดกิจกรรม
หลักสูตรการศึกษา
ภูมิปัญญาของท้องถิ่น
ที่ท่านได้ทำกิน เลี้ยงชีวินต์ครอบครัวมา
แบ่งครูเป็น 10 กลุ่ม
ที่ชุมนุมในคราวนี้
ศึกษาหาวิธี เสนอชี้ให้เพื่อนฟัง
มีกลุ่มการเย็บหมอน
เกษตรกรทฤษฎีใหม่
จักสานข้องสานไซ
นวดถึงใจแผนโบราณ
ขนมจีนไม้กวาดดอกหญ้า ที่ลือชามานานแล้ว
อยู่แถวบ้านดงพอง
เชิญพี่น้องศึกษามา
ประดิษฐ์แคนปลานิลแปลงเพศ
อยู่ในเขตหมู่ 14
สรภัญญ์ร้องเสียงดี
มีอยู่ที่บ้านโคกล่าม
กลุ่มหนูขออำลา คุณครูบาและอาจารย์
ขอให้สุขสำราญ
อยู่ยืนนานหมื่นพันปี
หนูพันธ์ จันทะปะทัด แต่ง
คณะครูผู้เข้าอบรมภูมิปัญญาท้องถิ่นสรภัญญ์ ขับร้อง
27 กรกฎาคม 2544
ประณมกรกราบก้มอภิวาทวันทาคุณครูบาอาจารย์ผู้ประทานความรู้
สุภาพรเป็นนานข้าเป็นครูบาอาจารย์อยู่บ้านนาหนองทุ่ม ลำบ่สมอย่าฟ่าว ฮ้องโฮข้าผู้ว่ากลอน
มีแต่สอนเด็กน้อยบ่เคยลำจักเทืออย่าฟ้าวพากันเบื่อศิลปะพื้นบ้านโบราณกี่เก่าเฮา
บัดนี้หันมาเว่าเรื่องการศึกษาความเป็นมาแต่หนหลังสู่ท่านทั่วแต่โดยย่อร.ห้าเป็นองค์ตั้งวางราก
การศึกษาเพื่อประชาชาวไทยทุกคนได้เรียนรู้อยู่ตามภูตามบ้านลูกหลานพระองค์ท่านได้รับการศึกษาวัดวาบ่อนเริ่มแรกโรงเรียนนั้นก็บ่มีปี2446
นั้นพระอง์ท่านร.6ตกลงพระทัยตราพ.ร.บ. ประถมศึกษาต่อมาแต่บัดนั้นพวกลูกหลานชาวบ้านมีโรงเรียนได้เพียรพำเด็กน้อยตาดำๆได้เรียนหนังสือกันทั่วหน้าบารมีของท่านจังแม่นหลายการศึกษาาฮาได้เปลี่ยนตามสมัย
ได้สังกัดส.ป.ช.บ่อนสุดท้ายต่อจากหนี้สิย้ายไปสังกัดกระทรวงใหม่กระทรวงศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมเพิ่นตั้งไว้กำลังสิได้เปลี่ยนแปลงหันมาประกาศแจ้งในเรื่องชัยภูมิ
ซุมเป็นครูครูทั้งหลายกะใฝ่ฝันอยากเห็นพ้อผอ.ปจ.ทวีศักเป็นหัวหน้าพาเอานักวิชาการคิดตั้งภูมิปณิธาน
เอาไว้ถ้าสานต่อมี 6 ภูมิ 6 ข้อขอแจงไว้บาดฮาลืม ให้ทุกคนปราบปลื้มภูมิแห่งคุณธรรม
นำปัญหาเหตุผลหใทุกคนสังวรณ์ไว้อีกทั้งพลานามัยไห้สมบูรณ์แข็งแก่รงมีเรี่ยวแรงต่อต้านโรคภัย
ได้ห่างไกลมาตราฐานกะให้ได้วัฒนธรรมไทยให้สานต่อให้มีใจจดจ่อมาตุภมิบ้านเค้าบ่อนเฮาได้อยู่ดี
วันประถมปีนี้จัดให้มีหลายอย่างหัวหน้าปิยะเพิ่นคิดสร้างผลงานไว้ให้โด่งดังมีทั้งการละเล่นของเด็กไทย
สมัยก่อนย้อนอดีตให้พี่น้องได้มาจ้องนั่งชมนาหนองทุ่ม หอนงขาม โคกกุงขอกราบก้มคันเล่นผิดพลาดไป
ขออภัยผู้มาชมคู่ซุคนในงานนี้ รีๆข้าวสาร มอญซ่อนผ้า เดินกะลา ขาเขย่ง เสือกินวัว
งูกินหาง เล่นหมากเก็บ ม้าก้านกล้อยช่วยบ่อให้กร่อยเหงา ขอเชิญพวกหมู่เจ้าที่มาเบิ่งการแสดง
ให้แรงใจแก่ลูกหลานคู่ซุคนแนเด้อท่าน
หนูพันธ์ จันทะปะทัด อ.2 ระดับ 7 ผู้แต่ง
สุภาพร คุณอนันต์ อ.2 ระดับ 7 ผู้ลำ
หนูพันธ์ จันทะปะทัด แต่ง
เด็กหญิงสุนิสา โชคเหมาะผู้ลำ
20 มิถุนายน 2546
พูดไพเราะ(เว่ามวน)
การพูดที่จับใจ ฟังทีไรไพเราะหู
ฟังแล้วน่าเอ็นดู ให้พวกหนูจงจดจำ
ผู้ชายพูดครับผม หญิงนิยมพูดฉันค่า
จำไว้ยามพูดจา
ให้สรรหาแต่คำมวน
ทำนอง สรภัญญะ
คำมวน คือคำที่ ไพเราะอ่อนหวาน
แรกพบเคารพไหว้
อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่
มีวินัยใจสัตย์ซื่อ
ขยันหมั่นฝึกปรือ
ใจยึดถือคุณความดี
แรกพบเคารพไหว้ ปากปราศรัยมีไมตรี
สมบัติของผู้ดี ฝึกให้มีในตัวเรา
ทำนอง สรภัญญะ
จะเรียนดี
นักเรียนจะเรียนดี
ก็ต้องมีความขยัน
ต้องไปเรียนทุกวัน การบ้านนั้นต้องหมั่นทำ
ขยันอ่านหนังสือ หมั่นฝึกปรือเป็นประจำ
สิ่งใดไม่เคยทำ ไม่จดจำให้ถามครู
ๆ
ทำนอง สรภัญญะ
เด็กดีไม่ตื่นสาย
เด็กดีไม่ตื่นสาย ไม่มักง่ายการทำงาน
ขยันไม่เกียจคร้าน ทั้งงานบ้านงานโรงเรียน
งานที่รับมอบหมาย ไม่ดูดายต้องพากเพียร
ชอบอ่านและชอบเขียน ตั้งใจเรียนคือเด็กดี ๆ
ทำนอง สรภัญญะ
คนดีชอบแก้ไข
คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว
คนที่ชอบทำชั่ว ชอบเมามัวชอบวุ่นวาย
ส่วนคนที่ดีดี เป็นคนที่ไม่มักง่าย
เขาจะสุขสบาย
เมื่อบั้นปลายของชีวี ๆ
ทำนอง สรภัญญะ
ต้องพึ่งกัน
เกิดมาต้องพึ่งกัน คนเรานั้นต้องมีเพื่อน
มีไว้คอยช่วยเตือน
ยามแชเชือนเพื่อนช่วยที
เมื่อเราลืมดินสอ เราก็ขอยืมเพื่อนซี
ต่างคนต่างถ้อยที ยามเรามีให้เพื่อนยืม
ทำนอง สรภัญญะ
เราต้องช่วยกัน
ห้องเรียนจะสะอาด ถ้าสามารถช่วยกันทำ
ทุกคนต้องจดจำ อย่าถลำจนลืมเวร
คนที่ไม่ช่วยเพื่อน กวาดห้องเรียนทุกเช้าเย็น
เขาเรียกว่าคนเห็น แก่การเล่นพวกเพื่อนชัง
ๆ
กาพย์ยานี ๑๑ ทำนอง สรภัญญะ
คำร้อง หนูพันธ์ จันทะปะทัด
ห้องเรียนน่าอยู่
ห้องเรียนจะน่าอยู่ ถ้าพวกหนูช่วยกันทำ
เก็บกวาดเป็นประจำ
ขยันทำทั้งเช้าเย็น
โต๊ะเรียนเก้าอี้นั่ง ต้องระวังเก็บให้เป็น
เมื่อเลิกเรียนตอนเย็น
ให้มองเห็นสะอาดตา
กาพย์ยานี ๑๑ ทำนอง สรภัญญะ
คำร้อง หนูพันธ์ จันทะปะทัด
ย้อนกลับ
กลับหน้าหลัก