ย้อนกลับ
กลับหน้าหลัก
            ประเพณีการขึ้นบ้านใหม่ เป็นประเพณีมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพื่อให้เป็นศิริมงคลแก่บ้านเรือนที่สร้างใหม่ และผู้เข้าอยู่อาศัย จึงนิยมเชิญหมอพราหมณ์มาทำพิธีขึ้นบ้านใหม่ วันที่นิยมขึ้นบ้านใหม่คือ วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์เดือนที่นิยมขึ้นบ้านใหม่คือเดือนคู่เช่น เดือน 2 , 4, 6, 8, 12 เว้นวันจมถ้าตรงกับวันฟู วันอมุตตโชค วันธงชัย วันอธิบดี ได้จะดีมากเริ่มพิธีแต่งให้คนหนึ่งเป็นคนถาม นั่งอยู่ที่บันไดหรือทางเข้า อีกพวกหนึ่งเป็นผู้ถือสิ่งของสัมภาระที่จะขึ้นบ้านใหม่มี สาด ฟูก หมอน ผ้าห่ม อาหารการกิน เหล้ายาปลาปิ้ง เครื่องค้ำของคูนใส่ในย่าม ในย่ามประกอบด้วย ข้อนตีตะปู ตะปู 3 ดอก สิ่ว แห ขัน 5 มอง ห่อเงิน ห่อคำ เครื่องค้ำของคูน พราหมณ์พายย่ามกั้งจ้อง หรือให้ลูกน้องพายหรือกั้งให้กะได้ ต่อมาพ่อบ้านถือพระพุทธรูป แม่บ้านถือขัน 5 นอกจากนั้นเป็นบริวารถืออุปกรณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว เดินเวียนขวา 3 รอบ ก่อนเดินพราหมณ์กับเจ้าบ้านหันหน้าไปทางทิศหัวใจเป็น พราหมณ์ป่าวสัคเคชุมนุมเทวดาให้มารักษาบอกเส้นบอกก้านเจ้าที่ภูมิสถาน เริ่มเดินรอบแรกพราหมณ์สวดบทพุทธคุณ อิติปิโสภควาไปเรื่อย ๆ ฮอดเสาแฮกพราหมณ์กล่าวว่า อีน้อย ๆ มึงหาบกะดอนคอนกะเดียวมาแต่ใสหือให้มึงหนีขึ้นไปอยู่เทิงภูเทิงผาพุ้นเด้อให้มึงไปกินบักงาอยู่ในเลาพุ้นเด้อ ทางนี้มึงอย่ามาท่องเด้อ ป่องนี้มึงอย่ามาเทียวเด้ออมสะหายวะ เดินมาถึงเสาขวัญกะว่า อีน้อย ๆ ….เปลี่ยนคำลงท้ายว่าอมสะหายเพิก จนครบสามรอบ รอบสองสวด สวากขาโต รอบสามสวด สุปฏิปันโน แตละรอบว่าอีน้อย ๆ เหมือนเดิม ต่อไปผู้ถามสิถาม   
       ถาม พวกเจ้ามาแต่ก้ำหนแห่งทางใด๋ ใจประสงค์หยังน้อจึงด่วนมาทางพี้ ขอให้เผยวจีต้านขานคำบอกต่อ พอได้ฮู้เหตุข่อกระบวนเรื่องเรืองราว
      ตอบ พวกข้าลุแต่ด้าวเมืองใหญ่หมั่นทองคำ มานำกันหลายคนด่วนมาวันนี้ ได้ยินข่าวทางพี้ สร้างเฮือนซานบ้านใหม่ หลังใหญ่กว้างปวงท่านได้ยกยอ พระเจ้าก่อแผ่นดิน พระอินทร์ก่อแม่น้ำนางน้อยเมขลา เทวดาด้าวภูมิสถานตุ้มไพร่ พระแก่นไท้บอกไว้ว่าซุมเย็น อยากมาเห็นอยากมาพ้อ อยากมาขออาศัยเพิ่ง อยากมาเข่าอยู่ซ้นคือสิได้ซุมเย็นสั้นดอก
       ถาม พวกเจ้าได้อันใด๋มานำแน่ จึงสิมาแวซ่นให้หายฮ้อนอยู่เย็น
      ตอบ พวกผู้ข่ากะได้นำมาหลายอย่าง มีสิ่งของต่าง ๆ ทั้งของกินเครื่องใช้ขนได้มากมี พระปฏิมากรองค์นี้เป็นที่เพิงทางใจ ไว้กราบไหว้บูชาอัญเชิญมาออกก่อนมีเทิงหมอนเสื่อผ้าอาหารเลี้ยงหมู่คนแหลูกทองได้มาพร้อมกับทั้งมองลูกกั่วทั้งเครื่องครัวเครื่องค้ำของคูนพร้อมพำกัน นอกจากนั้นฝูงหมู่บริวารทั้งชายหญิงกะหลั่งไหลมาพร้อม ซอมเบิงจำหน้าได้มี…………………นับบ่ถ้วน ทั้งผองหัวผองห่าวโฮฮ้องม่วนหลาย
       ถาม คันพวกเจ้าสิมาเข่าเนานอนอาศัยอยู่ พากันฮู้ซื่อบ้านอาคารนี้ดีบ่น้อ
       ตอบ คันบ่ฮู้บ่เดินมาให้มันเมื่อย ฟังสิบอกซื่อบ้านจำไว้ให้จือเอาเด้อ
                                เสาบ้านหลังนี้            ซื่อว่าท้าวบุญหมั่น
                                บันได                     ซื่อว่าท้าวบุญคง
                                ขางตง                    ซื่อว่าท้าวองอาจ
                                แป้นกาด                  ซื่อว่าท้าวบุญเย็น
                                ฝาเซ็น                     ซื่อว่าท้าวสัตย์ซื่อ
                                ดั้ง สะยัว ขื่อ            ซื่อว่าท้าวคำแข็ง
                                เครื่อง ระแนง           ซื่อว่าท้าวออละไม
                                อกไก่                       ซื่อว่าท้าวบุญโฮม
                                ปั้นลม                      ซื่อว่าท้าวบุญหนา
                               หลังคา                      ซื่อว่าท้าวปกป้อง
                               ยกขึ้นแล้วงามอ่องต่อง     ซื่อว่าท้าวบุญมั่นขวัญยืน
นอนกลางคืนฝันดีมีโชค นอนกลางวันบ่มีโรคมาเบียดเบียน นี่หละเพินว่าเฮือนอินทร์พรหมตกแต่ง เฮือนพระยาแถนแบ่งมาให้เป็นมูล ไผได้ขึ้นอยู่กะค้ำ
คูนมูลมั่งรถราอั่งเต็มถุน ข้าวเปลือกพูนเต็มเล้า เลี้ยงลูกเต้าอยู่ซุมกินเย็นเคราะห์กะบ่เห็นเวรกะบ่มาใกล้ มีแต่ได้กับได้มีแต่ดีกับดี เป็นเศรษฐีมังมีสนุกจ่าย บุญหลายจังค่อยพ้อบุญหน่อยกะบ่เห็นแมนบ่
        ตอบ คันฮู้ดีปานนี้ขอเชิญเข้าพักผ่อน นอนอยู่ได้ในหนี่ตลอดไปเด้อ
พราหมณ์กับเจ้าบ้านหันหน้าไปทางทิศหัวใจเป็น(ทิศอุ จันทร์หอ คารอี พุธบู หัสอา ศุกร์พา เสาร์ทัก) ว่านโมตามพราหมณ์สามจบแล้วว่าตาม อิติปิโสภควา ยาตรายามดีวัน….ชัยศรี สวัสดีลาโภ นโมพุทธายะ ทุติยัมปิอิติปิโส……ตติยัมปิอิติปิโส…..เดินขึ้นบันไดว่าตามพราหมณ์ ( ก่อนสิขึ้นให้จุดเทียนที่บันได และขันห้า)
                               เหยียบขั่น(บาด)หนึ่ง        คำมาฮอง
                               เหยียบขั่น(บาด)สอง        นำทองมาให้
                               เหยียบขั่น(บาด)สาม        เงินไหลมาโฮม
                               เหยียบขั่น(บาด)สี่           เงินก้มมาใส่
                               เหยียบขั่น(บาด)ห้า         ความทุกข์ไหลหนี
                               เหยียบขั่น(บาด)หก         ความมั่งมีไหลเข้า
                               เหยียบขั่น(บาด)เจ็ด        ข้าวน้ำหลั่งมาหา
                               เหยียบขั่น(บาด)แปด       ปูปลาหลั่งมาเต้า
                               เหยียบขั่น(บาด)เก้า         ผู้เข้าอาศัยอยู่ซุมกินเย็น
                               เหยียบขั่น(บาด)สิบ         เคราะห์เข็ญแล่นหนีเข่าป่า
                               เหยียบขั่น(บาด)สิบเอ็ด     ทรัพย์สินเงินตราโชคลาภหลั่งมาโฮม
(ส่วนมากจะมีเก้าขั้น)(วันหมายถึงวันขึ้นเช่นพุธ)
ขั่น หมายถึงขั้นบันได บาด หมายถึงเหยียบครั้งหนึ่ง(สำหรับบ้านชั้นเดียว)
         เมื่อขึ้นไปบนบ้าน อย่าพึ่งนั่งให้ทุกคนยืนรอ พราหมณ์จะตอกตะปูที่ต้นเสา
พราหมณ์    "ตอกบาดหนึ่งเสียงดังไปทั่วทีบ เคราะห์ฮ้ายถีบให้หนีไกล ของจังไรให้หยับออกไปอยู่นอกเขตเคหาพุ้นเด้อ ประชาชนร้องไชโยหนึ่งครั้ง
"ตอกบาดสองเงินทองนองคับคั่ง วัว ควาย ช้าง ม้า รถราอั่งเต็มถุนข้าวเปลือกพูนเต็มเล้า เลี้ยงลูกเต้าอยู่ซุมกินเย็น" ประชาชนไชโยหนึ่งครั้ง
"ตอกบาดสามเอาย่ามพราหมณ์ห้อยไว้ ความทุกข์ไฮ้หลั่งหนี ความมั่งมีไหลเข้า อมอุ อะมุ มะมูลมา มหามูลมัง สวาหุม สีหานาทังนะทันตีต" 3จบ
ประชาชนไชโยหนึ่งครั้ง พราหมณ์ นำพาบูชาพระรัตนตรัย ไหว้พระ พราหมณ์นอน ตื่นแล้วแก้คำฝันว่า "นอนมื้อนี้ฝันดีประหลาดต่าง ฝันว่าอินทร์อยู่ฟ้าเหาะล่วงลงมานำเงินตราทรัพย์สินมาให้ อวยพรไว้คันผู้ใด๋เข่าอยู่มีแต่สุขท่อนั้นเสถียรหมั่นอยู่ยืน อันว่าเงินคำแก้วกะไหลมาบ่ได้ขาด ปรารถนาอยากได้อันใด๋นั้นกะปงซอนแมนว่ามีทุกข์ฮ้อนสัพพสิ่งโพยภัย ความทุกข์กายทุกข์ใจกะหลั่งไหลหนีเสี่ยงไปให้หมดให้เกลี้ยงทั้งวงค์วาลโคตรหมู่ อยู่สืบสร้างปรางกว้างซวงสบาย"  พราหมณ์เฮ็ดน้ำมนต์ ซิดให้พ่อบ้านตลอดทั้งครอบครัว ผูกแขนให้ เลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน
                                จบพิธี

หมายเหตุ  คำพูดให้พูดเป็นภาษาอีสาน สารคาม ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ อุดร อุบล ฯลฯ (ไม่พูดไทยภาษามาตรฐาน)




ขึ้นบ้านใหม่
แต่งและเรียบเรียง โดย
นายหนูพันธ์ จันทะปะทัด